กรณีดีเจดังเจ้าของวลีเด็ด ‘กราบรถกู’ สะท้อนสังคมไทยในหลายแง่มุม

กรณีดีเจดังเจ้าของวลีเด็ด ‘กราบรถกู’ สะท้อนสังคมไทยในหลายแง่มุม

จากกรณีดังที่เกิดขึ้นและกำลังเป็นกระแสอยู่ในตอนนี้ เกี่ยวกับกรณีการทะเลาะวิวาทถึงขั้นทำร้ายร่างกาย อันเนื่องมาจากอุบัติเหตุทางถนนที่เกิดจากรถมอเตอร์ไซค์และรถยนต์ ยี่ห้อมินิ คูเปอร์ สีเหลืองเฉี่ยวชนกัน จนเกิดวลีเด็ด ‘กราบรถกู’ ขึ้นมาในโลกโซเชี่ยลนั้น เป็นเหตุการณ์ที่สะท้อนถึงสังคมไทยในยุคปัจจุบันได้หลายด้านเลยทีเดียว ไม่ว่าจะมองในแง่มุมของการต้องการการยอมรับจากผู้อื่นโดยการกราบ ความต้องการทางวัตถุหรือเรียกได้ว่าวัตถุนิยมของคนในสังคม และแม้กระทั่งการขาดซึ่งสติและความยั้งคิด ความยับยั้งชั่งใจก็เช่นกัน

%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%80

ในเรื่องของความต้องการการยอมรับจากผู้อื่นโดยการกราบนั้น หากมองตามทฤษฎีความต้องการตามลำดับขั้นของมาสโลว์ นี่ถือว่าไม่ใช่ความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ แต่เป็นความต้องการขั้นสูง โดยผู้ที่มีความต้องการขั้นนี้มักจะเป็นผู้ที่มีซึ่งปัจจัยพื้นฐานในชีวิตอย่างเพียงพอแล้ว หากเพียงแต่ว่าเขาต้องการซึ่งการเคารพและยอมรับจากสังคม และจากกรณีดังกล่าวนั้น ดีเจชื่อดังท่านนี้อาจขาดซึ่งความต้องการในจุดนี้ เขาจึงแสดงออกถึงความต้องการนี้โดยเรียกร้องให้คู่กรณีกราบ ซึ่งการกราบนี้เองก็เป็นรูปแบบที่สำคัญของการแสดงการยอมรับและความเคารพของคนไทยอยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น เขาเรียกร้องให้คู่กรณีกราบรถของเขา นี่เองหมายถึงว่าเขากำลังขาดซึ่งความมั่นใจ ว่าตัวรถของเขานั้นมีผู้อื่นเห็นคุณค่าดังที่เขามองเห็นหรือไม่

ในแง่ต่อมา เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงโลกวัตถุนิยมในสมัยนี้ได้เป็นอย่างดี โดยหากลองมองย้อนกลับไปในยุคสมัยก่อน ความฝันของคนเราอาจจะมีเพียงแค่ไม่กี่อย่าง เช่น การได้รับความรัก การมีครอบครัวที่อบอุ่น หรือการมีความสุขในชีวิต เป็นต้น แต่ในยุคสมัยนี้ ความฝันเหล่านั้นบ้างก็ไม่สำคัญเท่าวัตถุอื่นๆ ในชีวิต ดังเช่นความฝันที่จะมีรถยนต์ ความฝันที่จะมีบ้าน หรือวัตถุอื่นๆ ก็ตาม

และในด้านการใช้อารมณ์ในการตัดสินปัญหาของคนในยุคสมัยนี้ ซึ่งสามารถมองเห็นได้จากเหตุการณ์นี้ด้วย เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ยากจะแก้ไข ผู้คนมักไร้ซึ่งสติและขาดซึ่งความยับยั้งชั่งใจ ปล่อยอารมณ์ออกมาเต็มที่จนแสดงออกทางความรุนแรง และการใช้กำลังตัดสินปัญหานี้เองมักส่งผลให้ปัญหายืดเยื้อและบานปลาย ใหญ่โตขึ้น ดังเช่นดีเจชื่อดัง ที่แสดงออกทางอารมณ์ด้วยการกระชากคอเสื้อ และชกต่อยคู่กรณีอย่างไม่ยั้งมือ นอกจากนั้น การวิพากษ์วิจารณ์จากกลุ่มผู้เสพข่าวก็ด้วย หลายท่านเกิดไร้ซึ่งสติและขาดซึ่งการคิด วิเคราะห์ และแยกแยะ เมื่อได้ทราบข่าวก็เกิดอาการไม่พอใจ จึงแสดงออกด้วยการใช้อารมณ์อีกเช่นกัน โดยการต่อว่าผู้ก่อเรื่อง มิหนำซ้ำยังลามปามไปจนถึงเพื่อนและบุพการีของผู้ก่อเรื่องด้วย

สิ่งเหล่านี้เอง สะท้อนให้เห็นถึงลักษณะของบุคคลในสังคมไทย ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการแก้ไข เพื่อให้สังคมไทยเป็นสังคมที่ดีและน่าอยู่ต่อไป

ขอขอบคุณรูปภาพจาก  http://socialnews.teenee.com/

Be Sociable, Share!