กรณีดีเจดังเจ้าของวลีเด็ด ‘กราบรถกู’ สะท้อนสังคมไทยในหลายแง่มุม

กรณีดีเจดังเจ้าของวลีเด็ด ‘กราบรถกู’ สะท้อนสังคมไทยในหลายแง่มุม

จากกรณีดังที่เกิดขึ้นและกำลังเป็นกระแสอยู่ในตอนนี้ เกี่ยวกับกรณีการทะเลาะวิวาทถึงขั้นทำร้ายร่างกาย อันเนื่องมาจากอุบัติเหตุทางถนนที่เกิดจากรถมอเตอร์ไซค์และรถยนต์ ยี่ห้อมินิ คูเปอร์ สีเหลืองเฉี่ยวชนกัน จนเกิดวลีเด็ด ‘กราบรถกู’ ขึ้นมาในโลกโซเชี่ยลนั้น เป็นเหตุการณ์ที่สะท้อนถึงสังคมไทยในยุคปัจจุบันได้หลายด้านเลยทีเดียว ไม่ว่าจะมองในแง่มุมของการต้องการการยอมรับจากผู้อื่นโดยการกราบ ความต้องการทางวัตถุหรือเรียกได้ว่าวัตถุนิยมของคนในสังคม และแม้กระทั่งการขาดซึ่งสติและความยั้งคิด ความยับยั้งชั่งใจก็เช่นกัน

%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%80

ในเรื่องของความต้องการการยอมรับจากผู้อื่นโดยการกราบนั้น หากมองตามทฤษฎีความต้องการตามลำดับขั้นของมาสโลว์ นี่ถือว่าไม่ใช่ความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ แต่เป็นความต้องการขั้นสูง โดยผู้ที่มีความต้องการขั้นนี้มักจะเป็นผู้ที่มีซึ่งปัจจัยพื้นฐานในชีวิตอย่างเพียงพอแล้ว หากเพียงแต่ว่าเขาต้องการซึ่งการเคารพและยอมรับจากสังคม และจากกรณีดังกล่าวนั้น ดีเจชื่อดังท่านนี้อาจขาดซึ่งความต้องการในจุดนี้ เขาจึงแสดงออกถึงความต้องการนี้โดยเรียกร้องให้คู่กรณีกราบ ซึ่งการกราบนี้เองก็เป็นรูปแบบที่สำคัญของการแสดงการยอมรับและความเคารพของคนไทยอยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น เขาเรียกร้องให้คู่กรณีกราบรถของเขา นี่เองหมายถึงว่าเขากำลังขาดซึ่งความมั่นใจ ว่าตัวรถของเขานั้นมีผู้อื่นเห็นคุณค่าดังที่เขามองเห็นหรือไม่

ในแง่ต่อมา เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงโลกวัตถุนิยมในสมัยนี้ได้เป็นอย่างดี โดยหากลองมองย้อนกลับไปในยุคสมัยก่อน ความฝันของคนเราอาจจะมีเพียงแค่ไม่กี่อย่าง เช่น การได้รับความรัก การมีครอบครัวที่อบอุ่น หรือการมีความสุขในชีวิต เป็นต้น แต่ในยุคสมัยนี้ ความฝันเหล่านั้นบ้างก็ไม่สำคัญเท่าวัตถุอื่นๆ ในชีวิต ดังเช่นความฝันที่จะมีรถยนต์ ความฝันที่จะมีบ้าน หรือวัตถุอื่นๆ ก็ตาม

และในด้านการใช้อารมณ์ในการตัดสินปัญหาของคนในยุคสมัยนี้ ซึ่งสามารถมองเห็นได้จากเหตุการณ์นี้ด้วย เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ยากจะแก้ไข ผู้คนมักไร้ซึ่งสติและขาดซึ่งความยับยั้งชั่งใจ ปล่อยอารมณ์ออกมาเต็มที่จนแสดงออกทางความรุนแรง และการใช้กำลังตัดสินปัญหานี้เองมักส่งผลให้ปัญหายืดเยื้อและบานปลาย ใหญ่โตขึ้น ดังเช่นดีเจชื่อดัง ที่แสดงออกทางอารมณ์ด้วยการกระชากคอเสื้อ และชกต่อยคู่กรณีอย่างไม่ยั้งมือ นอกจากนั้น การวิพากษ์วิจารณ์จากกลุ่มผู้เสพข่าวก็ด้วย หลายท่านเกิดไร้ซึ่งสติและขาดซึ่งการคิด วิเคราะห์ และแยกแยะ เมื่อได้ทราบข่าวก็เกิดอาการไม่พอใจ จึงแสดงออกด้วยการใช้อารมณ์อีกเช่นกัน โดยการต่อว่าผู้ก่อเรื่อง มิหนำซ้ำยังลามปามไปจนถึงเพื่อนและบุพการีของผู้ก่อเรื่องด้วย

สิ่งเหล่านี้เอง สะท้อนให้เห็นถึงลักษณะของบุคคลในสังคมไทย ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการแก้ไข เพื่อให้สังคมไทยเป็นสังคมที่ดีและน่าอยู่ต่อไป

ขอขอบคุณรูปภาพจาก  http://socialnews.teenee.com/

การเดินสายกล้องวงจรปิดด้วยวิธีต่างๆ มีดังนี้

การเดินสายกล้องวงจรปิดด้วยวิธีต่างๆ มีดังนี้

กล้องวงจรปิด

  1. แนะนำอุปกรณ์ทั้งหมด

อุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการเชื่อมต่อสายความยาว 18.3 เมตรจำนวน 2 เส้น ดังรูปที่ปรากฏด้านล่างนี้ โดยอุปกรณ์สำคัญที่จำเป็นต้องมี นั่นคือ ข้อต่อกลาง (BNC-BNC)

  1. ขั้นตอนการต่อสาย

1)    ให้นำข้อต่อกลางต่อเข้ากับหัว BNC ของสายเส้นใดเส้นหนึ่งก่อน

2)    นำปลายอีกด้านหนึ่งของข้อต่อกลางเสียบเข้ากับหัว BNC ของสายอีกด้านหนึ่ง

3)    เสียบสายไฟ DC ที่มีหัวสีแดงเข้าด้วยกัน

ขั้นตอนที่ 1 นำข้อต่อกลางมาต่อเข้ากับสายเส้นใดเส้นหนึ่ง

ขั้นตอนที่ 2 และ 3 เชื่อมต่อสายนำสัญญาณวิดีโอและสายไฟ DC

  1. รูปสำเร็จ

หลังจากต่อสายสัญญาณวิดีโอ และสาย DC เสร็จแล้วจะได้รูปสำเร็จ ดังรูปด้านล่าง

ข้อควรระวัง: เนื่องจากสายพร้อมใช้จะมีความสามารถในการต่อสัญญาณรบกวนค่อนข้างต่ำ ดังนั้น จะไม่สามารถใช้วิธีแบบนี้สำหรับการเดินสายที่มีความยาวมากๆ ได้ โดย คุณ KARE แนะนำว่า ความยาวของสายที่สามารถใช้งานได้คือ 4 เส้นต่อกัน หรือ 73.2  เมตร หากจะนำเส้นที่ 5 มาต่อ อาจจะลองทดสอบดู ว่ามีสัญญาณรบกวนเกิดขึ้นมั้ย และถ้าเกิดขึ้นสามารถยอมรับได้หรือไม่ หากมีอะไรสงสัย ก็สอบถาม คุณ KARE เพิ่มเติมได้

สำหรับหลายๆ คนที่ต้องการติด กล้องวงจรปิด แต่ระยะทางระหว่างกล้องวงจรปิดกับเครื่องบันทึก มีความยาวกว่า 18.3 เมตร หรือมากกว่าสายสัญญาณวิดีโอและสายไฟที่อยู่ในชุดกล้องไม่ง้อช่าง และไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไรดี ในบทความนี้ คุณ KARE มาแนะนำว่า วิธีการต่อสายสัญญาณ RG6 เพื่อนำสัญญาณภาพจากกล้องวงจรปิดเข้าเครื่องบันทึก (DVR) นั่นเอง

หากมีคำถามอะไรสงสัยเพิ่มเติม ก็ติดต่อ คุณ KARE ได้เลย

H3

สำหรับในบทความนี้ คุณ KARE มาแนะนำวิธีการเดินสายสัญญาณ RG6-POWER วิธีการเดินสายวิธีนี้จะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้  ระยะทางระหว่างกล้องและตัวเครื่องบันทึกต้องมากกว่าสายที่อยู่ในชุด หรือ 18.3 เมตร

–  ไม่ต้องการทำปลั๊กไฟ AC ที่ตัวกล้อง

แต่การเดินสายด้วยวิธีนี้ จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เพิ่มเติม คือ

1)   สายสัญญาณ RG6-POWER

2)   ข้อต่อที่เอาไว้เข้าปลายสายแต่ละด้านของสาย RG6 ได้แก่ Plug F และ ตัว BNC ท้าย F

4)  หัวต่อ DC ตัวผู้ สำหรับเสียบด้านตัวกล้อง

5)  หัวต่อ DC ตัวเมีย สำหรับเสียบด้าน DVR

6)   กล่องกันน้ำด้านติดตั้งกล้อง ซึ่งอาจจะมีหรือไม่มีก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม มาดูรูปภาพการต่อกันเลย ซึ่งมีดังนี้

  1. ภาพรวมของการต่อ

สำหรับภาพรวมของการต่อแบบสมบูรณ์ สามารถดูได้จากรูปที่ 1

rg6power1

รูปที่ 1 ภาพรวมการเดินสายสัญญาณ RG6-POWER ระหว่างกล้องและเครื่องบันทึก

  1. ด้านติดตั้งฝั่งกล้อง ด้านกล้องจะเป็น 2 หัวต่อคือ หัวต่อ BNC และ หัวต่อ DC ตัวผู้ โดย BNC ให้ต่อเข้ากับหัว BNC ของกล้อง และหัวต่อ DC ตัวผู้ให้ต่อเข้ากับหัวต่อ DC ตัวเมียของกล้อง
  2. ด้านติดตั้งฝั่งเครื่องบันทึก (DVR) ด้าน DVR มีหัวต่อสองหัวเช่นกัน คือ หัวต่อ BNC และหัวต่อ DC ตัวเมีย โดยลากหัวต่อ BNC ไปที่สัญญาณด้านหลัง DVR และ หัวต่อ DC ตัวเมีย ให้นำหัว DC ตัวผู้ที่มาจากสายแยก 1 ออก 5 เพื่อไฟลเลี้ยงกล้องมาต่อ
  3. คำเตือน

สำหรับการเดินสายด้วยวิธีการนี้ จะเป็นการเดินสายไฟที่เป็นไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ซึ่งมีทั้งขั้วบวก (+) และขั้วลบ (-) จึงต้องระวังเป็นอย่างมาก ไม่ให้ต่อสายสลับขั้ว เพราะอาจเป็นเหตุทำให้กล้องได้รับความเสียหายและหมดประกันได้ โดยวิธีการดูขั้วนั้นสามารถทำได้โดย ขั้วที่อยู่ภายในจะเป็นขั้วบวก และขั้วที่อยู่ภายนอกจะเป็นขั้วลบ ดังรูปภาพที่แสดงด้านล่าง

 

รถเช่าเชียงใหม่ มุ่งไปวัดพระธาตุดอยคำ

รถเช่าเชียงใหม่ มุ่งไปวัดพระธาตุดอยคำ

รถเช่าเชียงใหม่  ใครที่มีความคิดอยากเดินทางมาเที่ยวเชียงใหม่ เพื่อความปลอดภัยและสะดวกสบายในการเดินทางคุณก็นั่งรถ นั่งเครื่องมาเลยแล้วหลังจากมาถึงแล้วก็จัดแจงหา รถเช่าเชียงใหม่ แทน ซึ่งก็มีทั้งแบบพร้อมคนขับหรืออยากขับเองก็ได้ เราก็มีบริการให้กันทั้งนั้น เชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายหลายแห่ง เราก็พยายามรวบรวมสถานที่และเส้นทางไปตามสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ไว้ให้มากที่สุด เป้าหมายก็เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับลูกค้าทุกท่านนั่นเองครับ

รถเช่าเชียงใหม่

สำหรับสถานที่ที่น่าไปอีกที่หนึ่งซึ่งในระยะเวลา 5 – 6 มานี้เริ่มมีชื่อเสียงมากขึ้นจากความศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าทันใจ ที่ทันใจดีจริงๆ โดยเฉพาะเรื่องเรียน เรื่องงานและเรื่องเงิน อ้าว…ก็ครบทุกเรื่องเลยสิ สถานที่ที่ว่าก็คือวัดพระธาตุดอยคำ เมื่อคุณใช้บริการ รถเช่าเชียงใหม่ คุณสามารถเดินทางไปได้โดยไปตามเส้นทางเดียวกันกับสวนราชพฤกษ์นั่นแหละ
ไปกันได้หลายเส้นทางถ้ามาทางเส้นคันคลองทางด้านหลังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ก็ไปทางคณะสัตวแพทย์ เลยไปอีกนิดเดียวก็ถึงแล้ว ซึ่งการเดินทางทริปนี้เราจะเน้นไปที่สิ่งลึกลับอันชวนน่าสงสัยของวัดพระธาตุดอยคำกัน สำหรับสวนราชพฤกษ์หลังจากกราบไหว้พระธาตุดอยคำและอาจจะรวมไปถึงบนบานศาลกล่าวกับพระเจ้าทันใจแล้วค่อยกลับลงมาเที่ยวชมก็ได้ วัดพระธาตุดอยคำมีมานานมากแล้วเดิมที่ทางด้านเชิงดอยทางขึ้นก็จะเป็นที่ตั้งของศาลปู่แสะย่าแสะ เชื่อกันว่าเป็นยักษ์ที่ปกปักษ์รักษาเมืองเชียงใหม่มานานนมแล้ว มีพิธีเลี้ยงผีปู่แสะย่าแสะทุกปีช่วงเดือนพฤษภาคม ทีนี้การขึ้นไปเคารพสักการะบนวัดพระธาตุดอยคำเนี่ยมีทั้งทางถนนรถเดินและบันไดคนเดิน เชื่อกันว่าหากมีจิตมุ่งมั่นจะขึ้นไปบนบานแล้วควรเดินขึ้นแสดงความตั้งใจ ดังนั้นเพื่ออานิสงค์อันแรงกล้าคุณก็นำรถเช่าเชียงใหม่จอดไว้ตรงที่จอดรถก่อนถึงบันไดทางเดินขึ้นได้เลยครับ ทางเดินขึ้นเป็นบันไดสูงชันลัดเลาะไปตามป่าโปร่งบันไดมีหลายช่วง ช่วงศิลาแลง ช่วงดินขุดบากเป็นขั้น และบันไดปูนที่ทำขึ้นใหม่ ด้านบนวัดก็จะมีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นสวนราชพฤกษ์ได้ทั้งหมด ลมพัดโชยตลอดปีแม้จะเป็นฤดูร้อน บรรยากาศด้านบนก็จะคึกคักเนื่องจากมีผู้คนหลั่งไหลมาบนบานกันที่พระเจ้าทันใจกลิ่นธูปเคล้ากลิ่นดอกมะลิจากพวงมาลัยแก้บนนับพันๆพวงตลบอบอวนดูขลังยิ่งนัก และที่น่าสังเกตอีกอย่างก็คือทางเดินขึ้นนั้นมีบันไดช่วงแรกที่หัวบันไดมีรูปปั้นเทวดานั่งคุกเข่าพนมมือหันหน้าออกไปคนละทางแต่หันหน้าเข้าไปยังป่าด้านเดียวกับวัด ซึ่งผิดปกติจากที่เคยเห็นมาจากที่ใดๆ บ้างก็ว่ากันว่าเพื่อปกป้องคุ้มครองจากบางอย่างที่พยายามจะขึ้นไปยังวัด บ้างก็ว่าเกิดจากผู้ตั้งใช้จิตกำหนดหาทิศที่เหมาะสมเอาเองโดยทิศใดที่เหมาะสมจะรู้สึกหายใจโล่งก็ตั้งไว้ทิศนั้น บ้างก็ว่าจงใจตั้งไว้เพื่อให้เป็นปริศนาธรรม หรือบางความเห็นก็ว่าตั้งไว้ให้เป็นที่สะดุดตาเฉยๆไม่มีเหตุผลพิเศษอะไร จริงเท็จประการใดไม่รู้ได้แต่เดินทางด้วยรถเช่าเชียงใหม่ได้เห็นอะไรแปลกๆก็อยากมาเล่าสู่กันฟัง หากใครมีโอกาสใช้บริการรถเช่าเชียงใหม่ก็ไปจอดทางด้านข้างเลยทางรถขึ้นไปก็จะมีบันไดทางขึ้น ไปดูให้เห็นกับตาเลยแล้วใครรู้เหตุผลที่แน่ชัดก็มาเล่าสู่กันฟังบ้างครับ

 

คำศัพท์น่ารู้เกี่ยวกับบายศรี(ตอนที่ 1)

การจัดทำบาศรีเองนั้นผู้ทำต้องมีความรู้หลายอย่าง เรื่องคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับการทำบายศรีก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะผู้ที่ศึกษาการทำบายศรีจะจัดทำบายศรีได้ง่ายขึ้นและถูกต้อง โดยคำศัพท์เกี่ยวกับบายศรีเองก็มีมากมายดังนี้

  1. ธูปเทียนแพ คือ การนำธูปและเทียนมาจัดเข้าด้วยกันเป็นชุด ๆ โดยทำการมัดติดกันอาจจะมีการตกแต่งให้สวยงามเพิ่มเติมด้วยดอกไม้หรือเชือกสีสวยงาม
  2. พุ่มดอกไม้ประดับยอดบายศรี คือ ดอกไม้หลากหลายชนิดที่ปักให้เป็นลวดลายอย่างสวยงามบนโฟมที่มีลักษณะเหมือนรูปดอกบัวตูม
  3. ตัวบายศรีลูกพญานาค คือ นิ้วมือนางที่นุ่งผ้านุ่ง โดยมีการทำไว้ 2 อันแล้วนำมาประกบเข้าด้วยกันแล้วมีผ้านุ่งหุ้มอยู่ด้านล่าง จำนวนชั้นของผ้านุ่งก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้จัดทำบายศรีนี้เอง
  4. ตัวบายศรีสองหน้า คือ เป็นตัวบายศรีที่มีนิ้วมือน่งนุ่งผ้านุ่งแบบตวัด โดยตัวบายศรีเองมีการประกบเข้าด้วยกันในด้านหน้าและด้านหลัง
  5. ตัวกนก เป็นงานประยุกต์เกี่ยวกับงานประดิษฐ์จากใบตองที่โดดเด่น เป็นการตกแต่งและประดิษบ์ใบตองให้มีความสวยงาม โดยรับแรงบันดาลใจมาจากงานจิตกรรมฝาผนังในวัดหรือหนังสือลายไทยต่าง ๆ ประดับอยู่ข้าง ๆ ทั้งทางซ้าย และทางขวา
  6. ตัวบายศรีนิ้วมือนางธรรมดา คือ การนำนิ้วมือนางมานุ่งผ้านุ่งและประกอบเข้าด้วยกัน เหมือนกับตัวบายศรีนิ้วมือนางเลย แต่ชั้นของตัวบายศรีจะต่างกันตามความต้องการของผู้ใช้งานบายศรี
  7. ตัวบายศรีนิ้วมือนางใบพัด ตัวบายศรีนิ้วมือนางใบพัดนี้จะแตกต่างกันจากนิ้วมือนางแบบธรรมดา โดยจะมีการพับกลีบนิ้วมือนางทั้งสองข้างในบริเวณด้านบน และนิ้วมือนางทั้งสองข้างจะมีลักษณะที่ไม่เหมือนกัน
  8. ตัวบายศรีกลีบเฟื่องฟ้า เป็นผลงานที่ได้สร้างสรรค์ความสวยงามของตัวบายศรีด้วยการเลียนแบบลักษณะทางธรรมชาติของดอกเฟื่องฟ้า มีสีสันสวยงามน่าสนใจมากขึ้น
  9. ตัวบายศรีผ้านุ่งสลับ เป็นตัวบายศรีที่มีการใช้กาบพลับพลึงและใบตองมานุ่งสลับกัน โดยกาบพลับพลึงจะอยู่ด้านใน ส่วนใบตองจะอยู่ด้านนอก เพิ่มความสวยงามให้ตัวบายศรีเพิ่มอีกด้วยการตกแต่งด้วยผ้านุ่ง
  10. ตัวบายศรีช้างหน้าแปลง เป็นตัวบายศรีที่มีการประยุกต์จากกลีบหน้าช้างธรรมดาให้มีความสวยงาม น่าสนใจมากยิ่งขึ้น โดยมีการพับกลีบทางด้านซ้ายมาทับกับกลีบทางด้านขวา
  11. ตัวบายศรีแมงดาประยุกต์ เป็นตัวบายศรีที่มีการประยุกย์เข้าด้วยกันระหว่างนิ้วมือนาง กลีบหน้าช้างแปลงและกลีบกุหลาบของตัวแมงดา จึงทำให้ตัวบายศรีแมงดาประยุกต์นี้มีลักษณะที่เข้มแข็งมั่นคง มีเหลี่ยมมุม

วันนี้ก็ได้เรียนรู้คำศัพ์น่ารู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับบายศรีไปแล้วถึง 11 คำ แต่จริง ๆ แล้วนั้นคำศัพท์น่ารู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับบายศรีนั้นมีเยอะกว่านี้ สามารถติดตามตอนที่ 2 กันได้ในบทความต่อไปเลย

คำศัพท์น่ารู้เกี่ยวกับบายศรี(ตอนที่ 2)

บทความนี้ก็จะเป็นบทความที่ให้ความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านในเรื่องของคำศัพท์ที่น่ารู้เกี่ยวกับบายศรี ซึ่งในคราวที่แล้วเราก็ได้รู้จักกันไปเยอะถึง 11 คำทีเดียว วันนี้ก็มีศัพท์ให้เราได้ติดตามหาความหมายเช่นกัน มาดูกันว่ามีศัพท์น่ารู้อะไรอีกบ้าง

  1. ตัวแมงดา เป็นการนำใบตองมาตัดเป็นตัวแมงดา โดยมีการทำหางโดยใช้นิ้วมือนาง แต่ถ้าทำแบบไม่มีหางก็จะเรียกว่าแมงดาไร้หาง มีใบตองที่พับเป็นดอกกุหลาบตกแต่งไว้อยู่ด้านข้าง ส่วนตรงช่วงอกของตัวแมงดาจะมีดอกไม้ประดับให้สวยงามอยู่
  2. ตัวบายศรีแมงดาไร้หาง เป็นใบตองที่ตัดแต่งเป็นรูปตัวแมงดา เพียงแต่ไม่มีหางซึ่งปกติหางจะทำมาจากนิ้วมือนาง มีการใช้ใบตองและดอกไม้ในการประดับตกแต่งเช่นเดียวกับการตกแต่งบนตัวแมงดา
  3. ตัวบายศรีนางรำ ลักษณะของบายศรีนางรำมีมีรูปร่างที่โค้งคล้ายนิ้วมือของนางรำ เป็นตัวบายศรีที่มีการประกบเข้ากันของเล็บมือนาง แต่จะมีผ้านุ่งที่มีการนุ่งทบเอาไว้ที่ด้านหลัง ทำให้ค่อนข้างที่จะมีความแตกต่างจากบายศรีอื่น
  4. มาลัยตุ้ม เป็นมาลัยที่ใช้ในการประดับของตัวบายศรีหรืออาจมีการใช้ร่วมในการตกแต่งการจัดดอกไม้ต่าง ๆ ซึ่งมาลัยตุ้มนี้จะเป็นมาลัยขนาดเล็ก ที่มีการร้อยด้วยใบไม้และดอกไม้หลากหลายชนิด มีความสวยงาม
  5. กรวยบายศรี มักจะถูกวางไว้ที่ปลายบนสุดของตัวบายศรี ลักษณะเหมือนกรวยเกิดจากการม้วนเป็นกรวยโดยใช้ใบตองวางสลับชั้นทั้งในแนวตั้งและแนวนอนแล้วม้วนเย็ยติดกันเป็นรูปกรวย
  6. นิ้วมือนางตวัด จะคล้าย ๆ กับนิ้วมือนางแบบปกติเลย เพียงแต่ปลายทางด้านซ้ายจะโดนตวัดวาทับปลายทางด้านขวาแล้วก็ตลัดกลับไปทางซ้ายเช่นเดิม
  7. ผ้านุ่ง เป็นการนำใบตองมาทำเป็นผ้านุ่งห่มให้กับตัวนิ้วมือนาง เพื่อให้บายศรีมีลักษณะจากการตกแต่งที่สวยงามขึ้นด้วย
  8. ผ้านุงแบบตวัด เป็นการนุ่งผ้านุ่งให้กับตัวเล็บมือนาง เมื่อใกล้จะเสร็จสิ้นในการทำของขั้นตอนสุดท้ายผ้านุ่งจะถูกตวัดกลับไปที่บริเวณด้านหลัง
  9. นิ้วมือนาง คือ ใบตองที่ทำการม้วนลงมาจากทางด้านเริ่ม โดยต้องม้วนลงมาแบบเฉียง ๆ ประมาณ 45 องศา จนหมดความยาวใบตอง
  10. นิ้วมือนางตัวลูก เป็นนิ้วมือนางที่อยู่ถัดจากนิ้วมือนางตัวแม่ ซึ่งจะสามารถมีอยู่หลายตัวได้
  11. นิ้วมือนางตัวแม่ ส่วนใหญ่แล้วนั้นมักจะเป็นนิ้วมือนางที่อยู่ด้านบนสุด หรืออาจจะหมายถึงนิ้วมือนางที่นำมาใช้ทำบายศรีตัวแรก

คำศัพท์ที่น่ารู้เกี่ยวกับบายศรีที่เราได้เขียนไปแล้วก็มีทั้งหมด 22 คำ ตามที่ผู้เขียนนึกได้ หวังว่าจะทำให้ใครรู้จักกับบายศรีได้มากขึ้นเยอะเลยที่เดียว