รถเช่าเชียงใหม่ พาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ล้านนา

รถเช่าเชียงใหม่ พาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ล้านนา

รถเช่าเชียงใหม่ พาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ล้านนา เมื่อคุณเดินทางมาถึงจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรล้านนาอันยิ่งใหญ่ ซึ่งหากยังคงความรุ่งเรืองอยู่จนถึงปัจจุบันก็จะกลายเป็นอาณาจักรที่เรืองอำนาจที่สุดไม่ต่างจากจีนเลยทีเดียว เพราะเป็นอาณาจักรที่มีทั้งวัฒนธรรมของตัวเอง มีทั้งภาษาและตัวอักษรของตัวเอง  ดังนั้นจึงมีแหล่งท่องเที่ยงเชิงวัฒนธรรมมากมายในจังหวัด หากคุณต้องการเห็นภาพรวมของความเป็นมาที่น่าสนใจของอาณาจักรล้านนาแล้วก็ไม่ควรพลาดที่จะไปเริ่มต้นการเรียนรู้กันที่เวียงกุมกาม ใช้บริการรถเช่าเชียงใหม่ ก็สามารถเดินทางไปได้สะดวกดีจะเช่าขับเองก็ได้ หรือจะเช่าพร้อมคนขับก็สบายดีการเดินทางก็ไม่มีปัญหา รถเช่าเชียงใหม่มีโชเฟอร์ที่มากประสบการณ์ สามารถนำพาคุณไปที่ใดก็ได้ตามที่ต้องการ ไม่ต้องพะวงเรื่องหาเส้นทางกัน

รถเช่าเชียงใหม่

ศูนย์บริการข้อมูลเวียงกุมกามตั้งอยู่บนถนนวงแหวนรอบที่สอง อำเภอสารภีครับ ถ้าเริ่มเดินทางจากสถานีขนส่งอาเขตก็มุ่งหน้าไปทางลำปางผ่านบิ๊กซีดอนจั่นไปอีกจะเจอถนนวงแหวนให้สังเกตว่าจะมีสะพานโทลเวย์ที่มีสถานที่ออกกำลังกายของกรมทางหลวงก็ให้เลี้ยวซ้ายอ้อมวนขวาออกไปทางสารภี ไปตามเส้นทางเรื่อยๆให้สังเกตป้ายให้ดีเพราะจะต้องไปยูเทิร์นอีกครั้งหนึ่งก่อนเข้าศูนย์บริการข้อมูลเวียงกุมกาม นำรถเช่าเชียงใหม่เข้าไปจอดรถไว้ด้านในศูนย์ได้เลยจากนั้นก็ใช้บริการรถรางของทางศูนย์ฯ เพราะสะดวกดี มีไกด์คอยให้ความรู้ตลอดการเดินทางถ้าสงสัยตรงไหนให้จดๆไว้ก่อนอย่าเพิ่งถามปุบปับครับเดี๋ยวไกด์error เพราะเค้ามีสคริปของเค้าให้เค้าเล่นให้จบก่อนครับเดี๋ยวไกด์จะลืมเพราะไม่ได้เป็นไกด์มืออาชีพเป็นชาวบ้านนั่นแหละเค้าส่งเสริมอาชีพกันเอง น่ารักดีผมก็ชอบแกล้งไกด์บ่อยๆ ไกด์ก็จะบอกว่า “เดวก่อนไอ่น่อย เดวป้าจะลืม…” แปลว่าเดี๋ยวค่อยถามนะพ่อหนุ่ม เดี๋ยวป้าจะลืม ผมงี้ขำ..ละก็ถือโอกาสช่วยป้าแกบรรยายไปด้วย ในบริเวณที่จะเดินทางไปชมนั้นจะเป็นวัดต่างๆซึ่งก่อตั้งมาตั้งแต่สมัยพ่อขุนเม็งราย สวยงามมากเป็นระเบียบเรียบร้อย หน้าวัดแทบทุกวัดหันไปทางแม่น้ำปิง เป็นศิลปะการออกแบบวัดตามล้านนาครับ แต่น่าเสียดายว่าอาณาจักรนี้ล่มสลายไปก่อนเพราะทางน้ำเปลี่ยนทางเข้าท่วมเมืองทำให้เมืองทั้งเมืองจมอยู่ใต้โคลนเพิ่งมีการขุดค้นพบใหม่เมื่อไม่นานนี้เอง ซึ่งมันน่าแปลกตรงที่ว่าปกติแล้วทางน้ำจะค่อยๆเปลี่ยนทางไม่ได้เปลี่ยนแบบฉับพลัน จะว่าน้ำท่วมฉับพลันก็ไม่น่าจะทำให้ผู้คนเตรียมรับมือกันไม่ทัน แต่เท่าที่รู้ก็คือทำเลที่ตั้งของอาณาจักรนี้มีหลายๆอาณาจักรก็ต้องการยึดครองอยู่เหมือนกัน ใช้บริการรถเช่าเชียงใหม่แล้วก็ต้องใจเย็นๆไม่ต้องรีบร้อนเดินทางกัน เพราะไปแต่ละที่ก็จะมีรายละเอียดให้ได้เรียนรู้กัน ลองใช้บริการรถเช่าเชียงใหม่กันดูครับราคาไม่แพง คุ้มค่าน่าลอง

ประเพณีบวงสรวงสักการะเจ้าพ่อพญาคำลือ

สถานที่ ณ  ลานอนุสาวรีย์หน้าวัดอักโขคีรี   อำเภอ แจ้ห่ม   จังหวัดลำปาง   จัดในช่วงเดือนกุมภาพันธ์

%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad

พญาคำลือ  เป็นนักรบในสมัยทำศึกกับพม่า   ท่านปกป้องเมืองวิเชตนครหรืออำเภอแจ้ห่มในปัจจุบัน  ท่านรบด้วยความกล้าหาญยามศึกสงคราม  และปกป้องเมืองให้มีแต่ความสุขยามสงบ  ด้วยความรักและเมตตาเจ้าเมืองพญาคำลือจึงเป็นที่เคารพบูชาของชาวเมืองดุจพ่อ

เจ้าพ่อพญาคำลือขวัญใฝ่ใจธรรมยิ่งนักยามสงบก็ทำนุบำรุงวัดวาอารามหลายแห่งโดยเฉพาะวัดอักโขชัยคีรีที่เป็นประดิษฐานพระธาตุอันศักดิ์สิทธิ์  เจ้าพ่อจะบูรณะให้ดูเด่นและเป็นสง่าคู่เมืองวิเชตนครตลอดมา   เมื่อท่านได้สิ้นชีพตักษัยไปแล้ว   ชาวเมืองจึงร่วมใจกันสร้างศาลไว้  ณ  ที่คุ้มเก่าและดั้งเดิมที่สถานีตำรวจภูธรแจ้ห่ม   และสร้างอนุสาวรีย์เจ้าพ่อพญาคำลือไว้ที่เชิงดอยวัดอักโขชัยคีรี  ให้อยู่คู่เมืองวิเชตนครเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติและเป็นที่เคารพสักการบูชา  และการแสดงออกซึ่งความกตัญญูกตเวทีต่อพระองค์ท่าน   เพราะท่านก็เป็นองค์หนึ่งในพระสยามเทวาธิราชเหมือนกัน

พิธีบวงสรวงสักการะเจ้าพ่อพญาคำลือ   ผู้สร้างวิเชตนครในอดีต   เพื่อน้อมรำลึกถึงพระคุณของเจ้านางพญาคำลือ   ผู้สร้างบ้านแปงเมืองวิเชตนคร  หรืออำเภอแจ้ห่มในปัจจุบัน   สืบสานประเพณีอันดีงามของชาววิเชตนคร  และเผยแพร่แหล่งท่องเที่ยวของอำเภอแจ้ห่ม   โดยจะมีการจัดงานประเพณีบวงสรวงสักการะเจ้าพ่อพญาคำลือ  ณ  ลานอนุสาวรีย์พญาคำลือ  หน้าวัดอักโขชัยคีรี  ช่วงประมาณเดือนกุมภาพันธ์  ช่วงเวลาจัดงานประมาณ 3 วัน  โดยในปี พ. ศ. 2555 ท่าน ร้อยตำรวจเอก  เฉลิม  อยู่บำรุง   ได้มาเป็นประธานเปิดงานโดยกิจกรรมในงานประกอบด้วย  การแข่งขันชกมวย  การแสดงรำวง   การฉายภาพยนตร์   สวนสนุกสำหรับเด็กๆ  และสินค้ามากมายจากพ่อค้าแม่ค้าเมืองแจ้ห่ม

หากใครสนใจอยากจะสัมผัสและเรียนรู้ประเพณีบวงสรวงสักการะเจ้าพ่อพญาคำลือ ก็สามารถเข้าร่วมได้  รับรองเลยว่าคุณจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องขอความกรุณาทุกท่านช่วยรักษากฏระเบียบที่กำหนดไว้ อะไรที่เป็นข้อห้าม กฎระเบียบที่ต้องปฏิบัติตามก็อย่าไปละเมิด เพราะนั้นเท่ากับว่าคุณกำลังไม่ให้เกียรติสถานที่และดูหมิ่นต่อประเพณีที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน  ยังไงก็ช่วยๆกันรักษา อนุรักษ์สถานที่นั้นๆกันด้วยนะคะ  เพราะจะได้อยู่ให้เราได้ไปเที่ยวเมื่อเหนื่อยล้าและบอกเล่าต่อรุ่นสู่รุ่นให้ลูกหลานได้รับฟังกัน

หันมาเที่ยวไทย จับจ่ายใช้สอย รับรองว่าในประเทศไทยยังมีแหล่งท่องเที่ยวอีกมากที่คุณยังไม่ได้ไปสัมผัส รับรองเลยว่าสวยงามตระการตาไม่แพ้ต่างประเทศแน่นอน ราคาก็ไม่ค่อยแพงมาก และที่สำคัญเมื่อไปแล้วก็อย่าลืมถ่ายรูปกลับมาอวดคนรอบข้างกันด้วยนะคะ

 

 

บายศรีสู่ขวัญในพิธีแต่งงาน

ในพิธีมงคลอย่างพีแต่งงาน ชาวบ้านในสมัยโบราณจึงมักจะทำพิธีบายศรีสู่ขวัญให้แก่คู่บ่าวสาว เพื่อให้คู่ชีวิตของทั้งสองคนนั้นมีแต่ความสุขตลอดไป โดยพิธีบายศรีสู่ขวัญควรทำโดยปราชญ์ผู้ชาญฉลาดหรือผู้ใหญ่ที่เราเคารพรักเพราะเชื่อกันว่าจะทำให้พิธีบายศรีสู่ขวัญนี้เป็นผลและเกิดสิริมงคล

ลักษณะของพิธีบายศรีสู่ขวัญนี้จะมีความแตกต่างกันออกไปในแต่ละภาค โดยการจะดำเนินพิธีบายศรีสู่ขวัญนี้อาจจะดำเนินหลังจากเสร็จสิ้นการให้สินสอดทองหมั้นกันแล้ว หรืออาจจะดำเนินพิธีบายศรีสู่ขวัญนี้ไปพร้อมกับพิธีไหว้ผีบรรพบุรุษก็ได้ ในพิธีบายศรีสู่ขวัญก็ต้องมีพาขวัญหรือพานบายศรี สายสิญจน์ เครื่องเซ่นไหว้ ที่เตรียมพร้อมไหว้ พานบายศรีเองก็อาจจะมีการใส่ดอกไม้ใบไม้มงคลลงไปด้วย เช่น

  • ดอกรัก ไว้เป็นสื่อความหมายที่ดีที่เหมาะสมในพิธีแต่งงาน แสดงถึงความรัก เพราะพิธีแต่งงานนั้นเป็นพิธีที่แสดงกันถึงความรักดอกรักจึงเป็นดอกไม้ที่ดี ที่เหมาะสำหรับงานพิธีแบบนี้
  • ดอกดาวเรือง พ้องเสียงกับคำว่าเจริญรุ่งเรือง จึงทำให้พานบายศรีในพิธีแต่งงานมักมีดอกดาวเรือง ที่มีความหมายถึงการเจริญรุ่งเรือง เมื่อแต่งงานกันแล้วจะได้พากันเจริญรุ่งเรืองทั้งเรืองครอบครัว เรื่องการงาน เงินทองหรือเรื่องอื่น ๆ ด้วย
  • ดอกคูณ เป็นดอกที่แสดงถึงความมั่นคงและยั่งยืน การแต่งงานนอกจากมีความรัก ความเจริญรุ่งเรืองแล้วก็ยังต้องรักษาสิ่งเหล่านี้ให้ยืนยาน ยั่งยืน มั่นคงสืบไป

ดอกไม้แต่ละชนิดที่นำมาประดิษฐ์เป็นพานบายศรีสำหรับใช้ในพิธีแต่งงานต่างเป็นดอกไม้ที่เป็นมงคล และมีความหมายสอดคล้องกันงานพิธีเหล่านี้ทั้งสิ้น เมื่อเสร็จสิ้นพิธีบายศรีสู่ขวัยกันเรียบร้อยแล้วก็มักจะมีการเสี่ยงทายด้วยไข่ต้มบนพานบายศรี โดยหมอขวัญจะเป็นคนบอกไข่ต้มนั้นแล้วผ่าครึ่งออกเป็นสองส่วน แล้วดูว่าหากไข่แดงของไข่ต้มนั้นอยู่ตรงกลางจะมีการทำนายว่ารักนี้เป็นรักที่มั่นคง แต่ถ้าหากผ่าไข่แดงแล้วกลับพบว่าไข่แดงเอียงไปทางใดทางหนึ่ง คำทำนายอาจจะต้องเปลี่ยนเป็นว่ารักนี้มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่กำลังโลเล หรือโลเลกันทั้งสองฝ่ายทำให้ความรักอาจจะไม่มั่นคงได้ หลังจากที่มีการใช้ไข่ต้มทำนายเสร็จสิ้นก็จะมี แม่ใหญ่ ทำการป้อนไข่ให้ทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาว โดย แม่ใหญ่ คือ สตรีที่ได้รับความเคารพนับถือ มีศีลธรรมดีงาม สามียังมีชีวิตอยู่ละมีชีวิตคู่ที่มีความสุข

เมื่อเสร็จสิ้นพิธีการป้อนไข่แล้ว ก็จะมีการรับขวัญลูกเขย และลูกสะไภ้ โดยการผูกข้อมือ โดยที่ครอบครัวฝ่ายชายจะมาผูกข้อมือฝ่ายหญิง ส่วนครอบครัวฝ่ายหญิงจะทำการผูกข้อมือฝ่ายชาย

 

ประเพณีนมัสการพระธาตุช่อแฮ

หากเอ่ยถึงประเพณีหนึ่งที่น่าประทับใจคือ ประเพณีนมัสการพระธาตุช่อแฮ เป็นประเพณีของจังหวัดแพร่ จะเริ่มจัดขึ้นในวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 6 เหนือ เดือน 4ของทุกปี ซึ่งประเพณีนี้จะมีการจัดงานนานถึง 7 วัน 7 คืน เป็นงานประจำปีของคนจังหวัดแพร่ ที่ชาวแพร่จากทุกอำเภอจะพร้อมใจกันแต่งตัวสวยงามตามแบบพื้นบ้านชาวแพร่ มาฟ้อนรำ จัดขบวนแห่มาประชันกัน รับรองว่างดงามตระการตามาก

%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%ae

โดยภายในขบวนแห่จะมีดังนี้ เริ่มต้นกันด้วยขบวนแห่สักการะ ต่อมาก็จะเป็นขวบรำฟ้อนแบบเฉพาะของชาวล้านนา ต่อด้วยขบวนช้างหลวงใช้ 5 เชือก เพื่อความเป็นสิริมงคล ในขบวนช้างหลวงนั้นจะมีท่านผู้ว่าจังหวัด พร้อมด้วยข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เป็นผู้ขึ้นหลังช้างแห่เข้าวัด  ซึ่งในการเดินขบวนนั้นก็จะมีสีสันที่แตกต่างกันในแต่ละขบวน ในแต่ละชุมชนก็จะทำของดีของเด่นของตัวเองออกมาแสดง หรือเป็นวัฒนธรรมของชุมชนนั้นๆ  ทุกคนล้วนร่วมใจกันฟ้อนรำ และเดินขบวนกันอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย ทุกคนต่างพร้อมใจแสดงพลังศรัทธาที่จะมาร่วมงานนมัสการพระธาตุช่อแฮ

เนื่องด้วย  วัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวงเป็นวัดศักดิ์สิทธิ์เก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองจังหวัดแพร่ และเป็นวัดพระธาตุประจำปีเกิดของผู้ที่เกิดในปีขาล พระธาตุช่อแฮ เป็นเจดีย์บรรจุพระบรม สารีริกธาตุพระศอกซ้ายและพระเกศาธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและประดับบูชาด้วยผ้าแพรอย่างดี ทำให้ชาวแพร่ต่างนับถือและให้ความเคารพ

เมื่อขบวนแห่มาถึงที่วัดแล้วก็จะมีพิธีสักการะองค์พระธาตุ ผู้ชายก็จะได้เข้าไปทำการเปลี่ยน ผ้าแพร ห่มองค์พระธาตุ ด้าน ฝ่ายหญิง จะร่วมใจ กันฟ้อนรำ อย่างสวยสดงดงามโดยรอบ นอกจากนี้ในคืนต่อๆ ไป จะมี มหรสพสมโภช สวนสนุก การแสดงดนตรีจากศิลปินดัง อาหารเหนือ และอาหารท้องถิ่นของเมืองแพร่  เพื่อสร้างสีสันให้กับงานและทำให้ผู้คนได้มีความสุขที่ได้มางานประเพณีนี้

ประเพณีนี้เป็นประเพณีคู่บ้านคู่เมืองชาวแพร่มาช้านาน  มีจุดเด่นในด้านวัฒนธรรมที่แต่ต่างจากภาคอื่นๆ หากใครอยากลิ้มลองอาหารเหนือ ประเพณีแบบเหนือๆ หรือใครที่ยังไม่เคยมาจังหวัดแพร่ ก็อยากให้มาเที่ยวชมประเพณีอันดีงามของชาวจังหวัดแพร่ และที่ขาดไม่ได้เลยคือ ถ้าหากมาจังหวัดแพร่แล้วไม่ได้มานมัสการพระธาตุช่อแฮ่ ซึ่งเป็นสิ่งที่คู่บ้านคู่เมืองของชาวแพร่ แล้วก็ถือว่ามาไม่ถึงเมืองแพร่ หากมาถึงเมืองแพร่แล้วต้องมานมัสการพระธาตุช่อแฮ่เพื่อเสริมสิริมงคลให้กับตัวคุณเองด้วย นับเป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่ห้ามพลาดเชียวคะ