รถเช่าเชียงใหม่ มุ่งไปวัดพระธาตุดอยคำ

รถเช่าเชียงใหม่ มุ่งไปวัดพระธาตุดอยคำ

รถเช่าเชียงใหม่  ใครที่มีความคิดอยากเดินทางมาเที่ยวเชียงใหม่ เพื่อความปลอดภัยและสะดวกสบายในการเดินทางคุณก็นั่งรถ นั่งเครื่องมาเลยแล้วหลังจากมาถึงแล้วก็จัดแจงหา รถเช่าเชียงใหม่ แทน ซึ่งก็มีทั้งแบบพร้อมคนขับหรืออยากขับเองก็ได้ เราก็มีบริการให้กันทั้งนั้น เชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายหลายแห่ง เราก็พยายามรวบรวมสถานที่และเส้นทางไปตามสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ไว้ให้มากที่สุด เป้าหมายก็เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับลูกค้าทุกท่านนั่นเองครับ

รถเช่าเชียงใหม่

สำหรับสถานที่ที่น่าไปอีกที่หนึ่งซึ่งในระยะเวลา 5 – 6 มานี้เริ่มมีชื่อเสียงมากขึ้นจากความศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าทันใจ ที่ทันใจดีจริงๆ โดยเฉพาะเรื่องเรียน เรื่องงานและเรื่องเงิน อ้าว…ก็ครบทุกเรื่องเลยสิ สถานที่ที่ว่าก็คือวัดพระธาตุดอยคำ เมื่อคุณใช้บริการ รถเช่าเชียงใหม่ คุณสามารถเดินทางไปได้โดยไปตามเส้นทางเดียวกันกับสวนราชพฤกษ์นั่นแหละ
ไปกันได้หลายเส้นทางถ้ามาทางเส้นคันคลองทางด้านหลังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ก็ไปทางคณะสัตวแพทย์ เลยไปอีกนิดเดียวก็ถึงแล้ว ซึ่งการเดินทางทริปนี้เราจะเน้นไปที่สิ่งลึกลับอันชวนน่าสงสัยของวัดพระธาตุดอยคำกัน สำหรับสวนราชพฤกษ์หลังจากกราบไหว้พระธาตุดอยคำและอาจจะรวมไปถึงบนบานศาลกล่าวกับพระเจ้าทันใจแล้วค่อยกลับลงมาเที่ยวชมก็ได้ วัดพระธาตุดอยคำมีมานานมากแล้วเดิมที่ทางด้านเชิงดอยทางขึ้นก็จะเป็นที่ตั้งของศาลปู่แสะย่าแสะ เชื่อกันว่าเป็นยักษ์ที่ปกปักษ์รักษาเมืองเชียงใหม่มานานนมแล้ว มีพิธีเลี้ยงผีปู่แสะย่าแสะทุกปีช่วงเดือนพฤษภาคม ทีนี้การขึ้นไปเคารพสักการะบนวัดพระธาตุดอยคำเนี่ยมีทั้งทางถนนรถเดินและบันไดคนเดิน เชื่อกันว่าหากมีจิตมุ่งมั่นจะขึ้นไปบนบานแล้วควรเดินขึ้นแสดงความตั้งใจ ดังนั้นเพื่ออานิสงค์อันแรงกล้าคุณก็นำรถเช่าเชียงใหม่จอดไว้ตรงที่จอดรถก่อนถึงบันไดทางเดินขึ้นได้เลยครับ ทางเดินขึ้นเป็นบันไดสูงชันลัดเลาะไปตามป่าโปร่งบันไดมีหลายช่วง ช่วงศิลาแลง ช่วงดินขุดบากเป็นขั้น และบันไดปูนที่ทำขึ้นใหม่ ด้านบนวัดก็จะมีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นสวนราชพฤกษ์ได้ทั้งหมด ลมพัดโชยตลอดปีแม้จะเป็นฤดูร้อน บรรยากาศด้านบนก็จะคึกคักเนื่องจากมีผู้คนหลั่งไหลมาบนบานกันที่พระเจ้าทันใจกลิ่นธูปเคล้ากลิ่นดอกมะลิจากพวงมาลัยแก้บนนับพันๆพวงตลบอบอวนดูขลังยิ่งนัก และที่น่าสังเกตอีกอย่างก็คือทางเดินขึ้นนั้นมีบันไดช่วงแรกที่หัวบันไดมีรูปปั้นเทวดานั่งคุกเข่าพนมมือหันหน้าออกไปคนละทางแต่หันหน้าเข้าไปยังป่าด้านเดียวกับวัด ซึ่งผิดปกติจากที่เคยเห็นมาจากที่ใดๆ บ้างก็ว่ากันว่าเพื่อปกป้องคุ้มครองจากบางอย่างที่พยายามจะขึ้นไปยังวัด บ้างก็ว่าเกิดจากผู้ตั้งใช้จิตกำหนดหาทิศที่เหมาะสมเอาเองโดยทิศใดที่เหมาะสมจะรู้สึกหายใจโล่งก็ตั้งไว้ทิศนั้น บ้างก็ว่าจงใจตั้งไว้เพื่อให้เป็นปริศนาธรรม หรือบางความเห็นก็ว่าตั้งไว้ให้เป็นที่สะดุดตาเฉยๆไม่มีเหตุผลพิเศษอะไร จริงเท็จประการใดไม่รู้ได้แต่เดินทางด้วยรถเช่าเชียงใหม่ได้เห็นอะไรแปลกๆก็อยากมาเล่าสู่กันฟัง หากใครมีโอกาสใช้บริการรถเช่าเชียงใหม่ก็ไปจอดทางด้านข้างเลยทางรถขึ้นไปก็จะมีบันไดทางขึ้น ไปดูให้เห็นกับตาเลยแล้วใครรู้เหตุผลที่แน่ชัดก็มาเล่าสู่กันฟังบ้างครับ

 

คำศัพท์น่ารู้เกี่ยวกับบายศรี(ตอนที่ 1)

การจัดทำบาศรีเองนั้นผู้ทำต้องมีความรู้หลายอย่าง เรื่องคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับการทำบายศรีก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะผู้ที่ศึกษาการทำบายศรีจะจัดทำบายศรีได้ง่ายขึ้นและถูกต้อง โดยคำศัพท์เกี่ยวกับบายศรีเองก็มีมากมายดังนี้

  1. ธูปเทียนแพ คือ การนำธูปและเทียนมาจัดเข้าด้วยกันเป็นชุด ๆ โดยทำการมัดติดกันอาจจะมีการตกแต่งให้สวยงามเพิ่มเติมด้วยดอกไม้หรือเชือกสีสวยงาม
  2. พุ่มดอกไม้ประดับยอดบายศรี คือ ดอกไม้หลากหลายชนิดที่ปักให้เป็นลวดลายอย่างสวยงามบนโฟมที่มีลักษณะเหมือนรูปดอกบัวตูม
  3. ตัวบายศรีลูกพญานาค คือ นิ้วมือนางที่นุ่งผ้านุ่ง โดยมีการทำไว้ 2 อันแล้วนำมาประกบเข้าด้วยกันแล้วมีผ้านุ่งหุ้มอยู่ด้านล่าง จำนวนชั้นของผ้านุ่งก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้จัดทำบายศรีนี้เอง
  4. ตัวบายศรีสองหน้า คือ เป็นตัวบายศรีที่มีนิ้วมือน่งนุ่งผ้านุ่งแบบตวัด โดยตัวบายศรีเองมีการประกบเข้าด้วยกันในด้านหน้าและด้านหลัง
  5. ตัวกนก เป็นงานประยุกต์เกี่ยวกับงานประดิษฐ์จากใบตองที่โดดเด่น เป็นการตกแต่งและประดิษบ์ใบตองให้มีความสวยงาม โดยรับแรงบันดาลใจมาจากงานจิตกรรมฝาผนังในวัดหรือหนังสือลายไทยต่าง ๆ ประดับอยู่ข้าง ๆ ทั้งทางซ้าย และทางขวา
  6. ตัวบายศรีนิ้วมือนางธรรมดา คือ การนำนิ้วมือนางมานุ่งผ้านุ่งและประกอบเข้าด้วยกัน เหมือนกับตัวบายศรีนิ้วมือนางเลย แต่ชั้นของตัวบายศรีจะต่างกันตามความต้องการของผู้ใช้งานบายศรี
  7. ตัวบายศรีนิ้วมือนางใบพัด ตัวบายศรีนิ้วมือนางใบพัดนี้จะแตกต่างกันจากนิ้วมือนางแบบธรรมดา โดยจะมีการพับกลีบนิ้วมือนางทั้งสองข้างในบริเวณด้านบน และนิ้วมือนางทั้งสองข้างจะมีลักษณะที่ไม่เหมือนกัน
  8. ตัวบายศรีกลีบเฟื่องฟ้า เป็นผลงานที่ได้สร้างสรรค์ความสวยงามของตัวบายศรีด้วยการเลียนแบบลักษณะทางธรรมชาติของดอกเฟื่องฟ้า มีสีสันสวยงามน่าสนใจมากขึ้น
  9. ตัวบายศรีผ้านุ่งสลับ เป็นตัวบายศรีที่มีการใช้กาบพลับพลึงและใบตองมานุ่งสลับกัน โดยกาบพลับพลึงจะอยู่ด้านใน ส่วนใบตองจะอยู่ด้านนอก เพิ่มความสวยงามให้ตัวบายศรีเพิ่มอีกด้วยการตกแต่งด้วยผ้านุ่ง
  10. ตัวบายศรีช้างหน้าแปลง เป็นตัวบายศรีที่มีการประยุกต์จากกลีบหน้าช้างธรรมดาให้มีความสวยงาม น่าสนใจมากยิ่งขึ้น โดยมีการพับกลีบทางด้านซ้ายมาทับกับกลีบทางด้านขวา
  11. ตัวบายศรีแมงดาประยุกต์ เป็นตัวบายศรีที่มีการประยุกย์เข้าด้วยกันระหว่างนิ้วมือนาง กลีบหน้าช้างแปลงและกลีบกุหลาบของตัวแมงดา จึงทำให้ตัวบายศรีแมงดาประยุกต์นี้มีลักษณะที่เข้มแข็งมั่นคง มีเหลี่ยมมุม

วันนี้ก็ได้เรียนรู้คำศัพ์น่ารู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับบายศรีไปแล้วถึง 11 คำ แต่จริง ๆ แล้วนั้นคำศัพท์น่ารู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับบายศรีนั้นมีเยอะกว่านี้ สามารถติดตามตอนที่ 2 กันได้ในบทความต่อไปเลย

คำศัพท์น่ารู้เกี่ยวกับบายศรี(ตอนที่ 2)

บทความนี้ก็จะเป็นบทความที่ให้ความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านในเรื่องของคำศัพท์ที่น่ารู้เกี่ยวกับบายศรี ซึ่งในคราวที่แล้วเราก็ได้รู้จักกันไปเยอะถึง 11 คำทีเดียว วันนี้ก็มีศัพท์ให้เราได้ติดตามหาความหมายเช่นกัน มาดูกันว่ามีศัพท์น่ารู้อะไรอีกบ้าง

  1. ตัวแมงดา เป็นการนำใบตองมาตัดเป็นตัวแมงดา โดยมีการทำหางโดยใช้นิ้วมือนาง แต่ถ้าทำแบบไม่มีหางก็จะเรียกว่าแมงดาไร้หาง มีใบตองที่พับเป็นดอกกุหลาบตกแต่งไว้อยู่ด้านข้าง ส่วนตรงช่วงอกของตัวแมงดาจะมีดอกไม้ประดับให้สวยงามอยู่
  2. ตัวบายศรีแมงดาไร้หาง เป็นใบตองที่ตัดแต่งเป็นรูปตัวแมงดา เพียงแต่ไม่มีหางซึ่งปกติหางจะทำมาจากนิ้วมือนาง มีการใช้ใบตองและดอกไม้ในการประดับตกแต่งเช่นเดียวกับการตกแต่งบนตัวแมงดา
  3. ตัวบายศรีนางรำ ลักษณะของบายศรีนางรำมีมีรูปร่างที่โค้งคล้ายนิ้วมือของนางรำ เป็นตัวบายศรีที่มีการประกบเข้ากันของเล็บมือนาง แต่จะมีผ้านุ่งที่มีการนุ่งทบเอาไว้ที่ด้านหลัง ทำให้ค่อนข้างที่จะมีความแตกต่างจากบายศรีอื่น
  4. มาลัยตุ้ม เป็นมาลัยที่ใช้ในการประดับของตัวบายศรีหรืออาจมีการใช้ร่วมในการตกแต่งการจัดดอกไม้ต่าง ๆ ซึ่งมาลัยตุ้มนี้จะเป็นมาลัยขนาดเล็ก ที่มีการร้อยด้วยใบไม้และดอกไม้หลากหลายชนิด มีความสวยงาม
  5. กรวยบายศรี มักจะถูกวางไว้ที่ปลายบนสุดของตัวบายศรี ลักษณะเหมือนกรวยเกิดจากการม้วนเป็นกรวยโดยใช้ใบตองวางสลับชั้นทั้งในแนวตั้งและแนวนอนแล้วม้วนเย็ยติดกันเป็นรูปกรวย
  6. นิ้วมือนางตวัด จะคล้าย ๆ กับนิ้วมือนางแบบปกติเลย เพียงแต่ปลายทางด้านซ้ายจะโดนตวัดวาทับปลายทางด้านขวาแล้วก็ตลัดกลับไปทางซ้ายเช่นเดิม
  7. ผ้านุ่ง เป็นการนำใบตองมาทำเป็นผ้านุ่งห่มให้กับตัวนิ้วมือนาง เพื่อให้บายศรีมีลักษณะจากการตกแต่งที่สวยงามขึ้นด้วย
  8. ผ้านุงแบบตวัด เป็นการนุ่งผ้านุ่งให้กับตัวเล็บมือนาง เมื่อใกล้จะเสร็จสิ้นในการทำของขั้นตอนสุดท้ายผ้านุ่งจะถูกตวัดกลับไปที่บริเวณด้านหลัง
  9. นิ้วมือนาง คือ ใบตองที่ทำการม้วนลงมาจากทางด้านเริ่ม โดยต้องม้วนลงมาแบบเฉียง ๆ ประมาณ 45 องศา จนหมดความยาวใบตอง
  10. นิ้วมือนางตัวลูก เป็นนิ้วมือนางที่อยู่ถัดจากนิ้วมือนางตัวแม่ ซึ่งจะสามารถมีอยู่หลายตัวได้
  11. นิ้วมือนางตัวแม่ ส่วนใหญ่แล้วนั้นมักจะเป็นนิ้วมือนางที่อยู่ด้านบนสุด หรืออาจจะหมายถึงนิ้วมือนางที่นำมาใช้ทำบายศรีตัวแรก

คำศัพท์ที่น่ารู้เกี่ยวกับบายศรีที่เราได้เขียนไปแล้วก็มีทั้งหมด 22 คำ ตามที่ผู้เขียนนึกได้ หวังว่าจะทำให้ใครรู้จักกับบายศรีได้มากขึ้นเยอะเลยที่เดียว

 

รถเช่าเชียงใหม่ พาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ล้านนา

รถเช่าเชียงใหม่ พาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ล้านนา

รถเช่าเชียงใหม่ พาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ล้านนา เมื่อคุณเดินทางมาถึงจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรล้านนาอันยิ่งใหญ่ ซึ่งหากยังคงความรุ่งเรืองอยู่จนถึงปัจจุบันก็จะกลายเป็นอาณาจักรที่เรืองอำนาจที่สุดไม่ต่างจากจีนเลยทีเดียว เพราะเป็นอาณาจักรที่มีทั้งวัฒนธรรมของตัวเอง มีทั้งภาษาและตัวอักษรของตัวเอง  ดังนั้นจึงมีแหล่งท่องเที่ยงเชิงวัฒนธรรมมากมายในจังหวัด หากคุณต้องการเห็นภาพรวมของความเป็นมาที่น่าสนใจของอาณาจักรล้านนาแล้วก็ไม่ควรพลาดที่จะไปเริ่มต้นการเรียนรู้กันที่เวียงกุมกาม ใช้บริการรถเช่าเชียงใหม่ ก็สามารถเดินทางไปได้สะดวกดีจะเช่าขับเองก็ได้ หรือจะเช่าพร้อมคนขับก็สบายดีการเดินทางก็ไม่มีปัญหา รถเช่าเชียงใหม่มีโชเฟอร์ที่มากประสบการณ์ สามารถนำพาคุณไปที่ใดก็ได้ตามที่ต้องการ ไม่ต้องพะวงเรื่องหาเส้นทางกัน

รถเช่าเชียงใหม่

ศูนย์บริการข้อมูลเวียงกุมกามตั้งอยู่บนถนนวงแหวนรอบที่สอง อำเภอสารภีครับ ถ้าเริ่มเดินทางจากสถานีขนส่งอาเขตก็มุ่งหน้าไปทางลำปางผ่านบิ๊กซีดอนจั่นไปอีกจะเจอถนนวงแหวนให้สังเกตว่าจะมีสะพานโทลเวย์ที่มีสถานที่ออกกำลังกายของกรมทางหลวงก็ให้เลี้ยวซ้ายอ้อมวนขวาออกไปทางสารภี ไปตามเส้นทางเรื่อยๆให้สังเกตป้ายให้ดีเพราะจะต้องไปยูเทิร์นอีกครั้งหนึ่งก่อนเข้าศูนย์บริการข้อมูลเวียงกุมกาม นำรถเช่าเชียงใหม่เข้าไปจอดรถไว้ด้านในศูนย์ได้เลยจากนั้นก็ใช้บริการรถรางของทางศูนย์ฯ เพราะสะดวกดี มีไกด์คอยให้ความรู้ตลอดการเดินทางถ้าสงสัยตรงไหนให้จดๆไว้ก่อนอย่าเพิ่งถามปุบปับครับเดี๋ยวไกด์error เพราะเค้ามีสคริปของเค้าให้เค้าเล่นให้จบก่อนครับเดี๋ยวไกด์จะลืมเพราะไม่ได้เป็นไกด์มืออาชีพเป็นชาวบ้านนั่นแหละเค้าส่งเสริมอาชีพกันเอง น่ารักดีผมก็ชอบแกล้งไกด์บ่อยๆ ไกด์ก็จะบอกว่า “เดวก่อนไอ่น่อย เดวป้าจะลืม…” แปลว่าเดี๋ยวค่อยถามนะพ่อหนุ่ม เดี๋ยวป้าจะลืม ผมงี้ขำ..ละก็ถือโอกาสช่วยป้าแกบรรยายไปด้วย ในบริเวณที่จะเดินทางไปชมนั้นจะเป็นวัดต่างๆซึ่งก่อตั้งมาตั้งแต่สมัยพ่อขุนเม็งราย สวยงามมากเป็นระเบียบเรียบร้อย หน้าวัดแทบทุกวัดหันไปทางแม่น้ำปิง เป็นศิลปะการออกแบบวัดตามล้านนาครับ แต่น่าเสียดายว่าอาณาจักรนี้ล่มสลายไปก่อนเพราะทางน้ำเปลี่ยนทางเข้าท่วมเมืองทำให้เมืองทั้งเมืองจมอยู่ใต้โคลนเพิ่งมีการขุดค้นพบใหม่เมื่อไม่นานนี้เอง ซึ่งมันน่าแปลกตรงที่ว่าปกติแล้วทางน้ำจะค่อยๆเปลี่ยนทางไม่ได้เปลี่ยนแบบฉับพลัน จะว่าน้ำท่วมฉับพลันก็ไม่น่าจะทำให้ผู้คนเตรียมรับมือกันไม่ทัน แต่เท่าที่รู้ก็คือทำเลที่ตั้งของอาณาจักรนี้มีหลายๆอาณาจักรก็ต้องการยึดครองอยู่เหมือนกัน ใช้บริการรถเช่าเชียงใหม่แล้วก็ต้องใจเย็นๆไม่ต้องรีบร้อนเดินทางกัน เพราะไปแต่ละที่ก็จะมีรายละเอียดให้ได้เรียนรู้กัน ลองใช้บริการรถเช่าเชียงใหม่กันดูครับราคาไม่แพง คุ้มค่าน่าลอง

ประเพณีบวงสรวงสักการะเจ้าพ่อพญาคำลือ

สถานที่ ณ  ลานอนุสาวรีย์หน้าวัดอักโขคีรี   อำเภอ แจ้ห่ม   จังหวัดลำปาง   จัดในช่วงเดือนกุมภาพันธ์

%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad

พญาคำลือ  เป็นนักรบในสมัยทำศึกกับพม่า   ท่านปกป้องเมืองวิเชตนครหรืออำเภอแจ้ห่มในปัจจุบัน  ท่านรบด้วยความกล้าหาญยามศึกสงคราม  และปกป้องเมืองให้มีแต่ความสุขยามสงบ  ด้วยความรักและเมตตาเจ้าเมืองพญาคำลือจึงเป็นที่เคารพบูชาของชาวเมืองดุจพ่อ

เจ้าพ่อพญาคำลือขวัญใฝ่ใจธรรมยิ่งนักยามสงบก็ทำนุบำรุงวัดวาอารามหลายแห่งโดยเฉพาะวัดอักโขชัยคีรีที่เป็นประดิษฐานพระธาตุอันศักดิ์สิทธิ์  เจ้าพ่อจะบูรณะให้ดูเด่นและเป็นสง่าคู่เมืองวิเชตนครตลอดมา   เมื่อท่านได้สิ้นชีพตักษัยไปแล้ว   ชาวเมืองจึงร่วมใจกันสร้างศาลไว้  ณ  ที่คุ้มเก่าและดั้งเดิมที่สถานีตำรวจภูธรแจ้ห่ม   และสร้างอนุสาวรีย์เจ้าพ่อพญาคำลือไว้ที่เชิงดอยวัดอักโขชัยคีรี  ให้อยู่คู่เมืองวิเชตนครเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติและเป็นที่เคารพสักการบูชา  และการแสดงออกซึ่งความกตัญญูกตเวทีต่อพระองค์ท่าน   เพราะท่านก็เป็นองค์หนึ่งในพระสยามเทวาธิราชเหมือนกัน

พิธีบวงสรวงสักการะเจ้าพ่อพญาคำลือ   ผู้สร้างวิเชตนครในอดีต   เพื่อน้อมรำลึกถึงพระคุณของเจ้านางพญาคำลือ   ผู้สร้างบ้านแปงเมืองวิเชตนคร  หรืออำเภอแจ้ห่มในปัจจุบัน   สืบสานประเพณีอันดีงามของชาววิเชตนคร  และเผยแพร่แหล่งท่องเที่ยวของอำเภอแจ้ห่ม   โดยจะมีการจัดงานประเพณีบวงสรวงสักการะเจ้าพ่อพญาคำลือ  ณ  ลานอนุสาวรีย์พญาคำลือ  หน้าวัดอักโขชัยคีรี  ช่วงประมาณเดือนกุมภาพันธ์  ช่วงเวลาจัดงานประมาณ 3 วัน  โดยในปี พ. ศ. 2555 ท่าน ร้อยตำรวจเอก  เฉลิม  อยู่บำรุง   ได้มาเป็นประธานเปิดงานโดยกิจกรรมในงานประกอบด้วย  การแข่งขันชกมวย  การแสดงรำวง   การฉายภาพยนตร์   สวนสนุกสำหรับเด็กๆ  และสินค้ามากมายจากพ่อค้าแม่ค้าเมืองแจ้ห่ม

หากใครสนใจอยากจะสัมผัสและเรียนรู้ประเพณีบวงสรวงสักการะเจ้าพ่อพญาคำลือ ก็สามารถเข้าร่วมได้  รับรองเลยว่าคุณจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องขอความกรุณาทุกท่านช่วยรักษากฏระเบียบที่กำหนดไว้ อะไรที่เป็นข้อห้าม กฎระเบียบที่ต้องปฏิบัติตามก็อย่าไปละเมิด เพราะนั้นเท่ากับว่าคุณกำลังไม่ให้เกียรติสถานที่และดูหมิ่นต่อประเพณีที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน  ยังไงก็ช่วยๆกันรักษา อนุรักษ์สถานที่นั้นๆกันด้วยนะคะ  เพราะจะได้อยู่ให้เราได้ไปเที่ยวเมื่อเหนื่อยล้าและบอกเล่าต่อรุ่นสู่รุ่นให้ลูกหลานได้รับฟังกัน

หันมาเที่ยวไทย จับจ่ายใช้สอย รับรองว่าในประเทศไทยยังมีแหล่งท่องเที่ยวอีกมากที่คุณยังไม่ได้ไปสัมผัส รับรองเลยว่าสวยงามตระการตาไม่แพ้ต่างประเทศแน่นอน ราคาก็ไม่ค่อยแพงมาก และที่สำคัญเมื่อไปแล้วก็อย่าลืมถ่ายรูปกลับมาอวดคนรอบข้างกันด้วยนะคะ

 

 

บายศรีสู่ขวัญในพิธีแต่งงาน

ในพิธีมงคลอย่างพีแต่งงาน ชาวบ้านในสมัยโบราณจึงมักจะทำพิธีบายศรีสู่ขวัญให้แก่คู่บ่าวสาว เพื่อให้คู่ชีวิตของทั้งสองคนนั้นมีแต่ความสุขตลอดไป โดยพิธีบายศรีสู่ขวัญควรทำโดยปราชญ์ผู้ชาญฉลาดหรือผู้ใหญ่ที่เราเคารพรักเพราะเชื่อกันว่าจะทำให้พิธีบายศรีสู่ขวัญนี้เป็นผลและเกิดสิริมงคล

ลักษณะของพิธีบายศรีสู่ขวัญนี้จะมีความแตกต่างกันออกไปในแต่ละภาค โดยการจะดำเนินพิธีบายศรีสู่ขวัญนี้อาจจะดำเนินหลังจากเสร็จสิ้นการให้สินสอดทองหมั้นกันแล้ว หรืออาจจะดำเนินพิธีบายศรีสู่ขวัญนี้ไปพร้อมกับพิธีไหว้ผีบรรพบุรุษก็ได้ ในพิธีบายศรีสู่ขวัญก็ต้องมีพาขวัญหรือพานบายศรี สายสิญจน์ เครื่องเซ่นไหว้ ที่เตรียมพร้อมไหว้ พานบายศรีเองก็อาจจะมีการใส่ดอกไม้ใบไม้มงคลลงไปด้วย เช่น

  • ดอกรัก ไว้เป็นสื่อความหมายที่ดีที่เหมาะสมในพิธีแต่งงาน แสดงถึงความรัก เพราะพิธีแต่งงานนั้นเป็นพิธีที่แสดงกันถึงความรักดอกรักจึงเป็นดอกไม้ที่ดี ที่เหมาะสำหรับงานพิธีแบบนี้
  • ดอกดาวเรือง พ้องเสียงกับคำว่าเจริญรุ่งเรือง จึงทำให้พานบายศรีในพิธีแต่งงานมักมีดอกดาวเรือง ที่มีความหมายถึงการเจริญรุ่งเรือง เมื่อแต่งงานกันแล้วจะได้พากันเจริญรุ่งเรืองทั้งเรืองครอบครัว เรื่องการงาน เงินทองหรือเรื่องอื่น ๆ ด้วย
  • ดอกคูณ เป็นดอกที่แสดงถึงความมั่นคงและยั่งยืน การแต่งงานนอกจากมีความรัก ความเจริญรุ่งเรืองแล้วก็ยังต้องรักษาสิ่งเหล่านี้ให้ยืนยาน ยั่งยืน มั่นคงสืบไป

ดอกไม้แต่ละชนิดที่นำมาประดิษฐ์เป็นพานบายศรีสำหรับใช้ในพิธีแต่งงานต่างเป็นดอกไม้ที่เป็นมงคล และมีความหมายสอดคล้องกันงานพิธีเหล่านี้ทั้งสิ้น เมื่อเสร็จสิ้นพิธีบายศรีสู่ขวัยกันเรียบร้อยแล้วก็มักจะมีการเสี่ยงทายด้วยไข่ต้มบนพานบายศรี โดยหมอขวัญจะเป็นคนบอกไข่ต้มนั้นแล้วผ่าครึ่งออกเป็นสองส่วน แล้วดูว่าหากไข่แดงของไข่ต้มนั้นอยู่ตรงกลางจะมีการทำนายว่ารักนี้เป็นรักที่มั่นคง แต่ถ้าหากผ่าไข่แดงแล้วกลับพบว่าไข่แดงเอียงไปทางใดทางหนึ่ง คำทำนายอาจจะต้องเปลี่ยนเป็นว่ารักนี้มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่กำลังโลเล หรือโลเลกันทั้งสองฝ่ายทำให้ความรักอาจจะไม่มั่นคงได้ หลังจากที่มีการใช้ไข่ต้มทำนายเสร็จสิ้นก็จะมี แม่ใหญ่ ทำการป้อนไข่ให้ทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาว โดย แม่ใหญ่ คือ สตรีที่ได้รับความเคารพนับถือ มีศีลธรรมดีงาม สามียังมีชีวิตอยู่ละมีชีวิตคู่ที่มีความสุข

เมื่อเสร็จสิ้นพิธีการป้อนไข่แล้ว ก็จะมีการรับขวัญลูกเขย และลูกสะไภ้ โดยการผูกข้อมือ โดยที่ครอบครัวฝ่ายชายจะมาผูกข้อมือฝ่ายหญิง ส่วนครอบครัวฝ่ายหญิงจะทำการผูกข้อมือฝ่ายชาย

 

ประเพณีนมัสการพระธาตุช่อแฮ

หากเอ่ยถึงประเพณีหนึ่งที่น่าประทับใจคือ ประเพณีนมัสการพระธาตุช่อแฮ เป็นประเพณีของจังหวัดแพร่ จะเริ่มจัดขึ้นในวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 6 เหนือ เดือน 4ของทุกปี ซึ่งประเพณีนี้จะมีการจัดงานนานถึง 7 วัน 7 คืน เป็นงานประจำปีของคนจังหวัดแพร่ ที่ชาวแพร่จากทุกอำเภอจะพร้อมใจกันแต่งตัวสวยงามตามแบบพื้นบ้านชาวแพร่ มาฟ้อนรำ จัดขบวนแห่มาประชันกัน รับรองว่างดงามตระการตามาก

%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%ae

โดยภายในขบวนแห่จะมีดังนี้ เริ่มต้นกันด้วยขบวนแห่สักการะ ต่อมาก็จะเป็นขวบรำฟ้อนแบบเฉพาะของชาวล้านนา ต่อด้วยขบวนช้างหลวงใช้ 5 เชือก เพื่อความเป็นสิริมงคล ในขบวนช้างหลวงนั้นจะมีท่านผู้ว่าจังหวัด พร้อมด้วยข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เป็นผู้ขึ้นหลังช้างแห่เข้าวัด  ซึ่งในการเดินขบวนนั้นก็จะมีสีสันที่แตกต่างกันในแต่ละขบวน ในแต่ละชุมชนก็จะทำของดีของเด่นของตัวเองออกมาแสดง หรือเป็นวัฒนธรรมของชุมชนนั้นๆ  ทุกคนล้วนร่วมใจกันฟ้อนรำ และเดินขบวนกันอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย ทุกคนต่างพร้อมใจแสดงพลังศรัทธาที่จะมาร่วมงานนมัสการพระธาตุช่อแฮ

เนื่องด้วย  วัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวงเป็นวัดศักดิ์สิทธิ์เก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองจังหวัดแพร่ และเป็นวัดพระธาตุประจำปีเกิดของผู้ที่เกิดในปีขาล พระธาตุช่อแฮ เป็นเจดีย์บรรจุพระบรม สารีริกธาตุพระศอกซ้ายและพระเกศาธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและประดับบูชาด้วยผ้าแพรอย่างดี ทำให้ชาวแพร่ต่างนับถือและให้ความเคารพ

เมื่อขบวนแห่มาถึงที่วัดแล้วก็จะมีพิธีสักการะองค์พระธาตุ ผู้ชายก็จะได้เข้าไปทำการเปลี่ยน ผ้าแพร ห่มองค์พระธาตุ ด้าน ฝ่ายหญิง จะร่วมใจ กันฟ้อนรำ อย่างสวยสดงดงามโดยรอบ นอกจากนี้ในคืนต่อๆ ไป จะมี มหรสพสมโภช สวนสนุก การแสดงดนตรีจากศิลปินดัง อาหารเหนือ และอาหารท้องถิ่นของเมืองแพร่  เพื่อสร้างสีสันให้กับงานและทำให้ผู้คนได้มีความสุขที่ได้มางานประเพณีนี้

ประเพณีนี้เป็นประเพณีคู่บ้านคู่เมืองชาวแพร่มาช้านาน  มีจุดเด่นในด้านวัฒนธรรมที่แต่ต่างจากภาคอื่นๆ หากใครอยากลิ้มลองอาหารเหนือ ประเพณีแบบเหนือๆ หรือใครที่ยังไม่เคยมาจังหวัดแพร่ ก็อยากให้มาเที่ยวชมประเพณีอันดีงามของชาวจังหวัดแพร่ และที่ขาดไม่ได้เลยคือ ถ้าหากมาจังหวัดแพร่แล้วไม่ได้มานมัสการพระธาตุช่อแฮ่ ซึ่งเป็นสิ่งที่คู่บ้านคู่เมืองของชาวแพร่ แล้วก็ถือว่ามาไม่ถึงเมืองแพร่ หากมาถึงเมืองแพร่แล้วต้องมานมัสการพระธาตุช่อแฮ่เพื่อเสริมสิริมงคลให้กับตัวคุณเองด้วย นับเป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่ห้ามพลาดเชียวคะ